ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ตอนนี้ผมได้ดึง RSSข่าวมาใว้ให้เพื่อนๆได้อ่านกันด้วยนะครับจาได้ไม่ตกเทรนอิอิ
อยู่ด้ายขวามือนะครับ ถ้ายังไงช่วยติชมด้วยก็ดีนะครับ อีกไม่นานเราจะอัพเดทครั้งใหญ่ครับผม



ช่วงนี้ฝนตกถนนลื่นมากครับ เมื่อวานที่พระราม3ยังชนกันได้21คัน (มาจากเรื่องเล่าเช้านี้เขาบอกมา) แต่วันนี้เราจะมาเสนอคำคมหลังรถ10ล้อกัน อาจจะทะเล้นนิดนึงนะครับ
ยามกินพี่จะป้อน ยามนอนพี่จะปล้ำ
เมาเหล้าเสียหลัก เมารักเสียใจ
รักแท้คือแม่ข้า รองลงมาคือแม่โขง
รักแท้คือการเสียสละ รักอมตะคือรักเขาข้างเดียว
ความดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง
คนสวยๆอย่างน้อง พี่เห็นท้องมาเยอะ..เหอๆๆ
หญิงหนึ่งในดวงใจ หญิงทั่วไปคือกำไรชีวิต
คารมเป็ยต่อ รูปหล่อเป็น..ตุ๊ด..กร๊ากๆๆ
ลืมตาได้ แต่อย่าลืมตัว
เวลาทับไม่ร้อง เวลาท้องจะให้รับ
รักลวงคือหญิง รักจริงคือเหล้าขาว
แรกรักเรียกคุณน้อง พอท้องเรียก..ยายแก่!
ท้องฟ้ามีดาว ท้องสาวมีเด็ก
กลิ่นใช้ได้ แต่เสียงต้องปรับปรุง
ขออภัยในบางลีลา
ถึงจะชั่วก็...สามีเทอ
ท้ายรถ Mira "" กรุณาอย่ายกเล่น ""
รถกับผัวของส่วนตัวห้ามยืม
เศษแก้วมันบาดคน คำพูดของเศษคนมันบาดใจ
อยู่ที่ท้าย10ล้อ....ห้าม!เสยตูด..ก่อนได้รับอนุญาต
ขาดน้องพี่ไม่ว่า ขาดแปดห้าพี่ลงแดง
ี่กระจกหลังรถแต่ง >สมพรปาก<
ตัวมัธยม นมมหาลัย
เมียอยู่ในรถ แม่มดอยู่ที่บ้าน
ชายแรกเป็นความรู้ ชายชู้เป็นประสบการณ
มีลูกกวนตัว มีผัวกวนT-E-E-N
รถนะน้อง ไม่ใช่กะเจี้ยวจะได้ชนแล้วเสียวได้
ทำงานลูกเดียว..เที่ยวสองลูก
เรียนๆลุยๆไป คุยโรงพัก... เรียนๆรักๆไปพักโรงแรม
รักจริง ทิ้งจริง
รับแก้ทอมทั่วราชอาณาจักร
ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง กระเทยงามก็ต้องแปลง
ตอนนี้หลงทาง จะขับตามทำไม
จำกัดความเมาไม่เกิน 80 ก.ม/1 แบน
โซ่เถอะน้อง ทองมันแพง
มือเก่า แต่เมาค้าง
แซงขวาชาติควาย แซงซ้ายชาติหมา
รถยังมีอะไหล่ แต่หัวใจไม่มีสำรอง
พลาดจากน้อง พี่ก็จ้องกระเทย
ไฟแดงหน้าข้าขอสู้ตาย
สุขใจ เมื่อไกลเมีย
เมียหลวงให้ 500 เมียน้อยให้ 5,000
มีเงินนับเป็นน้อง มีท้องนับเป็นเมีย"
เมียเงินสด รถเงิน ผ่อน
แซงซ้ายไม่ว่า ปาดหน้าโดนเหยียบ
สตางค์ยังรู้หมด ตดยังรู้เหม็น
พอเหล้าเข้าปาก ก็อยากเสียตัว
รักน้องจริงยิ่งกว่าลิงรักกล้วย
ขับเร็วเพราะเ มาม้า ขับช้าเพราะมองเธอ
น้องขึ้นพี่ดีใจ น้องลงไปพี่คิดถึง
ตากแดดตาก-ลม เพราะนมสองเต้า
เมาเหล้าเ สียหลัก เมารักเสียท่า

นึกแล้วว่าต้องอ่าน..เหอๆ

วันนี้ขอนอกเรื่องซักนิดวะจะอัพแบบความเป็นไทยสลับบทความดีๆบ้างเพื่อจะได่ไม่เบื่อกัน



คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี

1 ปี เท่ากับ 365 วัน
แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม...ไม่เลว 3,120 สัปดาห์

แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา
แทบเบือนหน้าจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับแถวหลังเพื่อรอวันลาโลก

เปล่าเลย ผมไม่ได้กลัวตาย ตรงกันข้าม ผมคิดว่าตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันน้อยมาก
หากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง
หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยดู ความรู้สึกในใจมากมายที่ยังไม่เคยบอก
พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป

โอ๊ย...กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามันน้อยเกินไปจริงๆ
และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี

แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่า บางคนไม่ได้มีเวลาอยู่บนพื้นโลกถึง 21,900 วันหรอกนะ
อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ
อุแม่เจ้า... 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันแล้วเหรอเนี่ย

คิดแบบนี้แล้วต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้างๆ
เพราะนี่คือวันเสาร์ที่เราเหลือ...บนพื้นโลก

นี่เรากำลังอ่านอะไรบ้าบอ อยู่เนี่ยคิดมากไร้สาระ ฟุ้งซ่าน(รู้นะว่าพวกเธอคิดอยู่) ....
ไม่เลย นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งนั้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ นี่คือ เรื่องจริงเรื่องหนึ่ง
ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามมันไป งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 18 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,235 วัน และผ่านคืน
วันเสาร์มา ร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น...คำนวณเองบ้างซิว้อย!!!

เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลาที่(คาดว่าน่าจะ)เหลืออยู่ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะยังไงกับมันดี

แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้
เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า เงินเดือน

บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นเพียงว่า
เพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่าผมจะเป็นอะไรดี

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้หัวใจตัวเอง
เหลือแต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ คุณแน่ ผมแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ...ไอ้บ้า!!!

และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา' ... ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องนั่งฆ่าเวลากันเลย
บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ

ลองคิดแบบนี้บ้าง...ใช่แล้ว...เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านอย่างที่เราไม่ได้ทำ

ตายได้ยังไงหากฝันไม่สำเร็จ...ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่างก่อน ที่จะตาย...ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้

เคยสงสัยมั้ย... ทำไมเราถูกกำหนดไม่ให้รู้วันตายของตัวเองเพราะมันจะทำให้เราไม่แยแสทุกสิ่งทุกอย่าง
และตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งในทางดีและทางชั่ว

และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบว่าถ้าตาย
วันพรุ่งนี้ก็จะได้นอนตาหลับ เกิดโชคดีไม่ตายขึ้นมาเราก็จะได้กำไรในการอยู่ต่อเพื่อทำสิ่งดีที่ยังค้างคา

ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า...พรุ่งนี้ชั้นจะตายแล้ว
ทำในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว...เดี๋ยวตายยนะ...เตือนแล้วไง

รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักผม ไม่สนว้อย...
เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ)ตายแล้ว

ใช้เวลา(ที่อาจจะ)สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดสุดท้ายของเรา
นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอยให้สัมภาษณ์ยมบาล

คนข้างบ้านเดินหน้าแป้นแล้นมาบอกกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อม
การ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง แต่เมื่อกี๊นี้ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทร.มา
ปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย... แต่กว่าที่คนเป็นแม่จะได้รู้ข่าวร้าย ก็
ปาไป 5 วัน ซองในมือผมกลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็น
แรงบันดาลใจที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ

อ้าว!!! รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ

เดี๋ยวตายซะก่อน...เสียดายแย่!!!

แม้ว่าทีมชาติไทยจะยังหวัง (ลมๆแล้ง) อยู่เรื่อยๆว่าจะได้ไปเตะฟุตบอลโลกกะเขาซักที่แต่เชื่อหรือไม่ว่าคนไทยเคยไปฟุตบอลโลกมาแล้ว
ในฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศษ ภิรมย์ อั๋นประเสริฐ หรือ เปาอั๋น (คนบ้านผมอิอิ)ผู้ตัดสินชาวไทยถูกคัดเลือกจากฟีฟ่าให้เป็นหนึ่งในผู้ตัดสินที่ได้ลงตัดสินในฟุตบอลโลกครั้งนั้นเขาได้ลงทำหน้านี่2นัด ในเกมรอบแรกที่โมร็อกโกและนอร์เวย์เสมอกันไปด้วยสกอร์2-2ซึ่งในเกมนี้ ซาอิด จีบาผู้เล่นโมร็อกโกได้รับใบเหลืองอาบยิ้มสยามอันลือลั่นจากเปาอั๋นเป็นที่ระลึกด้วย ส่วนอีกเกมเป็นเกมที่ปารากวัยชนะไนจีเรีย 3-2 ซึ่งผู้เล่นไนจีเรียได้รับใบเหลืองไปสองคนคือ อกุสติน อีกัวโวเอ็น และ เบเนดิกต์ อิโรฮา นี้ละคนไทยคนแรกที่เคย ลงสนาม ในฟุตบอลโลกมาแล้ว
เครดิต a day เล่ม77

วันนี้อารมดีเป็นพิเศษเนื่องจาก Liverpool ชนะ Manchester United 4-1 อิอิ ยังไงก็ขอโทษแฟนผีด้วยนะครับมาเข้าเรื่องดีกว่า
พักหลังๆนี้มีทีมฟุตบอลดังๆจากต่างชาติเข้ามาเตะในประเทศไทยถี่มาก แน่นอนเป็นเพราะกระแสความนิยมฟุตบอลต่างประเทศที่บูมมากในระยะหลายปีหลัง แต่หากย้อนไปหลายปีก่อนในวันที่กระแสความนิยมฟุตบอลนอกยังไม่แรงเท่านี้ ได้มีทีมฟุตบอลจากอังกฤษทีมแรกที่เดินทางเข้ามาเปิดตลาดในเมืองไทย นั้นคือสโมารนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ซึ่งในตอนนั้นมีซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอังกฤษที่ชื่อ เควิน คีแกน ในวัยเอ๊าะๆร่วมทีมมาด้วย นิวคาสเซิลเดินทางมาเตะ2นัดกับทีมชาติไทยนัดแรกทำการแข่งขันที่สนามเทพหัสดินในวันที่26 พ.ค. 2526 ผลคือไทยผ่ายไปอย่างหวุดหวิด 1-0 ส่วนอีกนัดเดินทางไปแข่งที่สนามกีฬากลางจังหวัดนครสวรรค์ ในวันที่ 25 พ.ค. 2526 ซึ่งนิวคาสเซิลก็ยังเอาชนะไปได้อีก 3-0
เครดิต a day เล่ม77