Blog Archive
-
►
2010
(7)
- ► 10/24 - 10/31 (1)
- ► 09/19 - 09/26 (1)
- ► 09/12 - 09/19 (2)
- ► 08/22 - 08/29 (1)
- ► 08/15 - 08/22 (2)
-
►
2009
(195)
- ► 12/06 - 12/13 (2)
- ► 11/22 - 11/29 (1)
- ► 11/15 - 11/22 (1)
- ► 08/23 - 08/30 (1)
- ► 08/16 - 08/23 (2)
- ► 08/09 - 08/16 (5)
- ► 08/02 - 08/09 (9)
- ► 07/26 - 08/02 (15)
- ► 07/19 - 07/26 (21)
- ► 07/12 - 07/19 (22)
- ► 07/05 - 07/12 (13)
- ► 06/28 - 07/05 (9)
- ► 06/21 - 06/28 (6)
- ► 06/14 - 06/21 (14)
- ► 06/07 - 06/14 (9)
- ► 05/31 - 06/07 (4)
- ► 05/24 - 05/31 (4)
- ► 05/17 - 05/24 (9)
- ► 05/03 - 05/10 (3)
- ► 04/05 - 04/12 (3)
- ► 03/29 - 04/05 (7)
- ► 03/22 - 03/29 (5)
- ► 03/15 - 03/22 (11)
- ► 03/08 - 03/15 (5)
- ► 03/01 - 03/08 (14)
Labels
- 100เรื่องความเป็นไทย (37)
- ข่าว (13)
- คลายเครียด (1)
- แค่อยากเล่า (41)
- โฆษณาดีๆ (4)
- จุดกำเนิด (3)
- ชุดไทยควรรู้ (8)
- ต้นกล้าอาชีพ (13)
- ตำนานโบราณ (18)
- ทริปริมทาง (7)
- นิยายดีๆ (5)
- บทความดีๆ (30)
- ภาพหาดูอยาก (6)
- รายการ วิกสยาม (7)
- หนังเก่าหน้าดู (1)
- หาเงินทางเน็ท (3)
- otopไทย (7)
ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทริปริมทาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทริปริมทาง แสดงบทความทั้งหมด
100 ปี เกาะสีชัง
07:25 | เขียนโดย
mikaalls |
แก้ไขบทความ
วันนี้เอาข่าวมาบอกครับ กับร้อยปีเกาะสีชัง เกาะสีชังมีสถานที่สำคัญหลายแห้งเลยหละครับ ไปดูรายละเอียดกัน

อำเภอเกาะสีชัง ร่วมกับ เทศบาลเกาะสีชัง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ของเชิญร่วมเป็นหนึ่งในงาน "ประจำปีวันรำลึก 100 ปี เกาะสีชัง" ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 น ณ บริเวณพระจุฑาธุชราชฐาน อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2542 โดยท่านธงชัย อนันตผมล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อครั้งสมัยท่านดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของเกาะสีชัง ซึ่งเป็นเกาะประวัติศาสตร์มีความสัมพันธ์กับองค์พระมหากษัตริย์ของไทยหลาย รัชกาล โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระจุฑาธุชราชฐานขึ้น และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกบุญบารมี และ วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน จึงได้มีการจัดงานขึ้นและยังเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของ เกาะสีชังให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
อำเภอเกาะสีชัง ร่วมกับ เทศบาลเกาะสีชัง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ของเชิญร่วมเป็นหนึ่งในงาน "ประจำปีวันรำลึก 100 ปี เกาะสีชัง" ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 19-20 กันยายน 2553 ตั้งแต่เวลา 09.00 น ณ บริเวณพระจุฑาธุชราชฐาน อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2542 โดยท่านธงชัย อนันตผมล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อครั้งสมัยท่านดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของเกาะสีชัง ซึ่งเป็นเกาะประวัติศาสตร์มีความสัมพันธ์กับองค์พระมหากษัตริย์ของไทยหลาย รัชกาล โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระจุฑาธุชราชฐานขึ้น และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกบุญบารมี และ วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน จึงได้มีการจัดงานขึ้นและยังเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของ เกาะสีชังให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
ป้ายกำกับ:
ทริปริมทาง
|
0
ความคิดเห็น
เพลินวาน ยังหน้าไปเสมอ
11:19 | เขียนโดย
mikaalls |
แก้ไขบทความ
หลังจากที่ได้ไปเพลินวานก็พอว่าที่นี้มีเสนห์ แบบที่คิดไม่ถึงเหมือนกัน กับงานที่พยายามเก่าแต่พอเราไปพบจริงคุณไม่ต้องพยายามมากก้ได้ เพราะที่นี้มีอารมณ์ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน แบบที่คุณไม่ต้องบรรยายเลยหละ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนที่มาต้องรู้สึกชอบไปกับมันอย่างแน่นอน
ข้่างล่างนี้คือข้อความจากเว็บเพลินวานเองครับ
หัวใจหลักในการดำเนินงานของเพลินวาน อยู่ที่การสนับสนุนให้คนในทุกๆพื้นที่ตั้งของเพลินวาน มีอาชีพ มีรายได้ และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการพัฒนาร่วมกัน เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าหรือต้นทุนเดิมที่มีอยู่แล้วของคนพื้นถิ่น
ข้่างล่างนี้คือข้อความจากเว็บเพลินวานเองครับ
หัวใจหลักในการดำเนินงานของเพลินวาน อยู่ที่การสนับสนุนให้คนในทุกๆพื้นที่ตั้งของเพลินวาน มีอาชีพ มีรายได้ และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการพัฒนาร่วมกัน เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าหรือต้นทุนเดิมที่มีอยู่แล้วของคนพื้นถิ่น
ป้ายกำกับ:
ทริปริมทาง
|
0
ความคิดเห็น
งานเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช
07:47 | เขียนโดย
murtada |
แก้ไขบทความ
เทศการงานเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช
ย้ายจากนครปฐมผมก็นึกถึงนครศรีธรรมราชแต่ครั้งนี้ไม่ใช้ ถนนคนเดินหรือเอาสินค้ามาขายหลอกนะครับแต่เป็นงานเทศกาลที่ขึ้นชื่อของเมืองนครศรีธรรมราชคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก เทศกาลงานเดือนสิบ งานเดือนสิบนั้นได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2466 มีกิจกรมมต่างๆมากมาย ได้แก่
ย้ายจากนครปฐมผมก็นึกถึงนครศรีธรรมราชแต่ครั้งนี้ไม่ใช้ ถนนคนเดินหรือเอาสินค้ามาขายหลอกนะครับแต่เป็นงานเทศกาลที่ขึ้นชื่อของเมืองนครศรีธรรมราชคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก เทศกาลงานเดือนสิบ งานเดือนสิบนั้นได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2466 มีกิจกรมมต่างๆมากมาย ได้แก่
- วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ประกอบด้วย
- การจัดตลาดย้อนยุค
- การตั้งเปรต ชิงเปรต
- ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย
- การแสดงแสงสีสื่อผสม การประชันหนังตุง การสาธิตและประกวดหุ่นเปรต
- สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
- การประกวดเพลงร้องเรือ
- กลอนสด โนรา เพลงบอก
- การประกวดแข่งขันสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน
- การประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช (ชอบมากสาวเมืองนี้)
- การจัดแสดงวิพิธทัศนา
- การออกร้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP
- การจัดตลาดย้อนยุค
- การตั้งเปรต ชิงเปรต
- ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย
- การแสดงแสงสีสื่อผสม การประชันหนังตุง การสาธิตและประกวดหุ่นเปรต
- สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
- การประกวดเพลงร้องเรือ
- กลอนสด โนรา เพลงบอก
- การประกวดแข่งขันสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน
- การประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช (ชอบมากสาวเมืองนี้)
- การจัดแสดงวิพิธทัศนา
- การออกร้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP
กลับมาที่เนื้อหาของงานก่อน งานเดือนสิบ เป็นงานสำคัญในการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติพี่น้อง ที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยความเชื่อทางพุทธศาสนิกชนในเรื่องกฏแห่งกรรม ผู้ที่สร้างบาปกรรมไว้มาก เมื่อตายไปจะกลายเป็นเปรตทนทุขเวทนาชดใช้บาปกรรมนั้น เมื่อถึงวันสารท ชาวบ้าน จึงจัดสำรับคาวหวานไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เรียกกันว่าการทำบุญสารทเดือนสิบ หรือ การยกหฺมฺรับ (อ่านว่ายก-หมับ) การจัดหฺมฺรับไปทำบุญที่วัดนั้น จะประกอบไปด้วยขนม 5 อย่าง ได้แก่
- ขนมลา เปรียบเสมือนแพรพรรณเครื่องนุ่งห่ม
- ขนมพอง เปรียบเสมือเป็นยานพาหนะให้ผู้ล่วงลับได้ใช้เป็นแพข้ามสู่ภพภูมิใหม่
- ขนมกง อุทิศเป็นเครื่องประดับ
- ขนมดีซำ อุทิศเป็นเงินเบี้ยสำหรับใช้สอย
- ขนมบ้า สำหรับวิญญาณผู้ล่วงลับจะได้ใช้เล่นสะบ้าในวันสงกรานต์
- ขนมพอง เปรียบเสมือเป็นยานพาหนะให้ผู้ล่วงลับได้ใช้เป็นแพข้ามสู่ภพภูมิใหม่
- ขนมกง อุทิศเป็นเครื่องประดับ
- ขนมดีซำ อุทิศเป็นเงินเบี้ยสำหรับใช้สอย
- ขนมบ้า สำหรับวิญญาณผู้ล่วงลับจะได้ใช้เล่นสะบ้าในวันสงกรานต์
การจัดหฺมรับ หรือ สำรับ นั้น มักจะใช้ภาชนะเป็นกระบุงทรงเตี้ย ๆ ใส่อาหารหวานคาวและของแห้ง และจัดขบวนแห่หฺมฺรับของตนไปที่วัดใกล้ ๆ บ้าน เพื่อที่จะถวายพระสงฆ์ ไปวางรวมกันบริเวณริมกำแพงวัดหรือทางเข้าวัด หรืออาจทำเป็นที่ตั้งสูง ๆ ไว้สำหรับให้ทานเรียกว่า “หลาเปรต” โดยจะมีผู้คนแย่งกันไปเอาขนมที่หลาเปรต เรียกว่า “ชิงเปรต” เพราะมีความเชื่อว่าการกินของที่เหลือจากเซ่นไหว้บรรพชนได้กุศล(ในห้าแพร่งทำซะหน้ากลัวเลยครับ)
ป้ายกำกับ:
ทริปริมทาง
|
0
ความคิดเห็น
ถนนคนเดิน ทวารวดี ศรีนครปฐม
12:11 | เขียนโดย
murtada |
แก้ไขบทความ
งั้นขอเกริ่นเรื่องใกล้ตัวก่อนละกันนะครับว่า ช่วงที่หายไปนี้แอบไปขายของที่ถนนคนเดินนครปฐม(ถนนคนเดิน ทวารวดี ศรีนครปฐม)มาครับ เป็นถนนคนเดินที่เพื่อนอีกหลายคนยังไม่รู้จักกันเพราะมันดูเหมือนจะเงียบๆ แต่ที่นี้ก็มีเสน่ห์ของตัวมันเองครับ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า handmad หรือ กิจกรรมจากน้องๆนักศึกษา (เห็นแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง)มีสินค้าให้คุณได้ซื้อในราคาถูกแน่นอนครับ อาหารอร่อยอันนี้ขอบอกต่อเลยครับและไม่แพงด้วยนะ
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินคื่อช่วงหกโมงถึงสามทุ่มครับ เพราะอากาศกำลังดีไม่ร้อน ที่มาตอนเย็นเพราะได้ของกินติดมือชัวร์ครับ แอบโชว์สินค้าในร้านเราหน่อยละกันเพื่อนๆคงไม่ว่านะครับ
ให้ดูสามตัวละกันครับ งานอาจไม่สวยแต่ทำด้วยใจครับ เป็น handmade ที่ผู้ชายหน้าตากวนๆนั่งเย็บให้ดูครับ(แต่ผมไม่ได้เป็นเกย์หรือเป็นตุ๊ดนะ)
การเดินทางก็ไปมาสะดวกครับเพราะถนนคนเดินตั้งอยู่หน้าวัดพระงาม ด้านหลังองค์พระปฐมเจดีย์ ถ้านั่งรถเมล์จากกรุงเทพก็สาย83 จากสมุทรสาคร 402 ส่วนสายอื่นๆผมไม่แน่ใจนะครับแต่มันเป็นเส้นทางที่สามารถไปต่อได้ถ้าขากลับท่านแวะมาจากเมืองกาญจนบุรี หรือ ตลาดน้ำ ลองแวะมาดูสักครั้งซิครับ
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินคื่อช่วงหกโมงถึงสามทุ่มครับ เพราะอากาศกำลังดีไม่ร้อน ที่มาตอนเย็นเพราะได้ของกินติดมือชัวร์ครับ แอบโชว์สินค้าในร้านเราหน่อยละกันเพื่อนๆคงไม่ว่านะครับ
ให้ดูสามตัวละกันครับ งานอาจไม่สวยแต่ทำด้วยใจครับ เป็น handmade ที่ผู้ชายหน้าตากวนๆนั่งเย็บให้ดูครับ(แต่ผมไม่ได้เป็นเกย์หรือเป็นตุ๊ดนะ)
การเดินทางก็ไปมาสะดวกครับเพราะถนนคนเดินตั้งอยู่หน้าวัดพระงาม ด้านหลังองค์พระปฐมเจดีย์ ถ้านั่งรถเมล์จากกรุงเทพก็สาย83 จากสมุทรสาคร 402 ส่วนสายอื่นๆผมไม่แน่ใจนะครับแต่มันเป็นเส้นทางที่สามารถไปต่อได้ถ้าขากลับท่านแวะมาจากเมืองกาญจนบุรี หรือ ตลาดน้ำ ลองแวะมาดูสักครั้งซิครับ
ป้ายกำกับ:
ทริปริมทาง
|
0
ความคิดเห็น
วันนี้กับเมนูแนะนำ น้ำพริกกะปิ กับผักทอด
08:12 | เขียนโดย
mikaalls |
แก้ไขบทความ

วัยยี้ผมขอแนะนำ น้ำพริกกะปิ กับผักทอด อาหารยอดธรรมดาที่ไม่ธรรมดาบังเอิญวันนี้ผมได้ลองทำอาหาร แล้วเมนูก็คืออย่างที่เห็นแต่มันไม่ อร่อยว่าอะทำให้ผมรู้ว่าการทำอาหารตามคู่มือไม่ได้ทำให้อร่อยสู่คนที่ทำเป็นประจำไม่ได้เลยจริงๆ 555+
ป้ายกำกับ:
ทริปริมทาง
|
0
ความคิดเห็น
แนะนำ Omise อีกร้านที่ชาวเนตไปร่วมให้กำลังใจ
02:42 | เขียนโดย
mikaalls |
แก้ไขบทความ
เนื้องจากคราวที่แล้วเป็นหอยทอดคราวนี้ขออาหารญี่ปุ่นบ้างละกันครับเห็นเพื่อนๆแนะนำกันมาแลยอยากจะช่วยเขาหน่อย
Omise เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นของคุณลุงชาวญี่ปุ่นอายุเยอะ (ทำกับคุณป้าคนไทยอีกคน รวมเป็น 2 คน)
"... เนื่องจากเป็นร้านที่คนค้นพบไม่นาน(แต่จริงๆก็เปิดมานานแล้ว) โดยเจอปัญหาบ้าง เช่น คุณลุงกุ๊กตาจะมองไม่ชัดเท่าไร และอ่านภาษาไทยไม่ได้เลย หรือไม่ก็พอคนเยอะ ก็เริ่มบริการไม่ทัน มีหลงลืม ทำออร์เดอร์ผิดบ้าง เนื่องจากลุงเค้าก็อายุมากแล้ว แต่เค้าก็ใจรักในการทำอาหาร ดังนั้นคนในพันทิปและเวปบอร์ดอื่นๆ ก็มีการช่วยเหลือร้านของลุงด้วย อ่านไทยไม่ออก ตาไม่ดี เปิดเป็นร้านเล็กๆ ขึ้นมา ..."

หน้าร้าน

รูปคุณลุงกะคุณป้า

ภาพเมนูที่ชาวเน็ตช่วยทำให้ใหม่

ช่วยทำบทพากย์ภาษาไทย
** อ่านแล้วก็ซึ้งใจน้ำใจคนไทยครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ ส่วนตัวก็อยากไปให้กำลังใจแกเหมือนกัน
Omise เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นของคุณลุงชาวญี่ปุ่นอายุเยอะ (ทำกับคุณป้าคนไทยอีกคน รวมเป็น 2 คน)
"... เนื่องจากเป็นร้านที่คนค้นพบไม่นาน(แต่จริงๆก็เปิดมานานแล้ว) โดยเจอปัญหาบ้าง เช่น คุณลุงกุ๊กตาจะมองไม่ชัดเท่าไร และอ่านภาษาไทยไม่ได้เลย หรือไม่ก็พอคนเยอะ ก็เริ่มบริการไม่ทัน มีหลงลืม ทำออร์เดอร์ผิดบ้าง เนื่องจากลุงเค้าก็อายุมากแล้ว แต่เค้าก็ใจรักในการทำอาหาร ดังนั้นคนในพันทิปและเวปบอร์ดอื่นๆ ก็มีการช่วยเหลือร้านของลุงด้วย อ่านไทยไม่ออก ตาไม่ดี เปิดเป็นร้านเล็กๆ ขึ้นมา ..."
หน้าร้าน
รูปคุณลุงกะคุณป้า
ภาพเมนูที่ชาวเน็ตช่วยทำให้ใหม่
ช่วยทำบทพากย์ภาษาไทย
** อ่านแล้วก็ซึ้งใจน้ำใจคนไทยครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ ส่วนตัวก็อยากไปให้กำลังใจแกเหมือนกัน
อ่านเพิ่มได้ที่ http://dunbine.exteen.com/20080306/omise
ป้ายกำกับ:
ทริปริมทาง
|
0
ความคิดเห็น
แนะนำร้านหอยทอด ร้านนี้ต้องการกำลังใจ
04:57 | เขียนโดย
mikaalls |
แก้ไขบทความ
บทความนี้เป็นบทความที่ได้มาจากเว็บ http://webboard.gg.in.th/topic/41/64389 ผมเห็นว่าหน้าสนใจดีลยขอลอกพี่แกมาทั้งดุ้นเลย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันไปทำธุระที่ตลาดอุดมสุขพัฒนาซึ่งทางเข้าตลาดจะเลยสามแยกอุดมสุข
(ถนนสุขุมวิท)ไป ประมาณ 100 เมตรอยู่ซ้ายมือ
พอดีติดเที่ยงก็เลยหาข้าวกินแถวนั้นก็บังเอิญเหลือบไปเห็นร้านขายผัดไทยและหอยทอดเป็นร้านขนาด
หนึ่งห้องแถวและมีโต๊ะอยู่ 2 ตัวให้ลูกค้านั่ง คนผัดเป็นคนจีนอายุประมาณ 60 ปี
พอฉันเข้าไปนั่งแกดีใจมากที่มีลูกค้าเข้าร้าน ฉันสั่งหอยทอดหนึ่งจานแกเริ่มจากการใส่ฟืนลงในเตาถ่าน
ที่มีถ่านแดงอยู่บ้างพอสมควรแล้ว ฉันถามแกว่าทำไมไม่ใช้เตาแก๊สจะได้ร้อนเร็ว
แกบอกว่าการผัดหอยทอดให้อร่อยต้องใช้กะทะอย่างหนาและต้องร้อนอยู่ตลอดเวลา
เมื่อจะผัดจริงถึงค่อยใส่ฟืนเร่งไฟ และแกยังเอาหอยออส่วนที่อยู่ในถุงพลาสติคแช่เย็น
ไว้มาให้ฉันดูว่าแกใช้หอย ออส่วนขนาดใหญ่ และแกจะใส่ แป้งน้อยมากในผัดหอยทอด
ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่จะใส่แป้งเยอะ
แกพิถีพิถันในการผัดมาก ประมาณว่าถ้าจะให้อร่อยต้องใจเย็นต่อมาแกเล่าว่าแกอยู่ตัวคนเดียวไม่มีลูก
หลานและครอบครัว แกบอกฉันว่าถ้าหอยทอดแกอร่อยก็ให้ช่วยแนะนำต่อด้วย แกจะได้มีกำลังใจขายต่อ
ไป
ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าเลยแกเปิดขวดน้ำดื่มเย็นๆให้ลูกค้ากินฟรีด้วยนะ
ฉันไม่ค่อยสันทัดเรื่องกินซักเท่าไรแต่ก็ขอบอกว่าหอยทอดแกอร่อยจริงๆ รสชาดเดียวกับในภัตตาคาร
จีนทีเดียว
จะไม่ใช่รสชาดเหมือนที่ขายในร้านอาหารทั่วไป
ถ้าเพื่อนๆผ่านแถวนั้นอยากให้แวะไปลองชิมฝีมือเก่าของอาโกคนนี้ถ้าไม่ถูกปากก็ถือซะว่าช่วยให้คน
แก่มีรายได้
เพราะอย่างน้อยแกก็ไม่ได้งอมืองอเท้าให้เป็นภาระแก่ผู้อื่น ร้านอาโกเป็นห้องแถวขนาดหนึ่งห้อง มืด
นิดหน่อยไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย
เมื่อขับรถเข้าตลาดมาแล้วจะผ่านด่านรับบัตรก็ให้เลี้ยวขวานิดหนึ่งจะเห็นตึกแถวเรียงรายอยู่ข้างหน้า
ร้านอาโกอยู่ประมาณห้องที่สิบกว่าได้มั้งจุดสังเกตคือแกจะมีป้ายกระดาษเขียนว่า หอยทอดและผัด
ไทยอยู่หน้าเตาถ่าน
ฝากบอกต่อด้วยค่ะหวังว่าแกคงขายดีขึ้นเยอะจากน้ำใจคนไทยด้วยกัน

ป.ล.ผมเจอเลยเอามาบอก หวังว่าเพื่อนๆที่ใจดีจะบอกต่อหรือส่งต่อไปด้วยนะคับ ขอบคุณครับ


เนี่ยละคุณลุงหอยทอด ชื่อจริงคือ สิทธิศักดิ์ ฉายวิเชียร และผู้ช่วย ผู้อารี
คอยแวะมาดูแลคุณลุงตลอด คือ คุณ สุ









ลงรถเมล์สาย 511 ที่ระหว่างซอย 103 กับ 103/1
แล้วก็เดินเข้าไปตรงโรงหนังเก่า

อีกรูปกันหลง ดูดี ๆ ข้าง ๆ ร้านลุงแกมีร้านไอติมกะทิ อร่อยอีกละ ไว้เป็นของหวานปิดท้าย^^
^^
ยังไงถ้าผมได้ไปกินแล้วจะมาบอกครับ ไทยไม่ช่วยไทยแล้วใครจะช่วยเรา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันไปทำธุระที่ตลาดอุดมสุขพัฒนาซึ่งทางเข้าตลาดจะเลยสามแยกอุดมสุข
(ถนนสุขุมวิท)ไป ประมาณ 100 เมตรอยู่ซ้ายมือ
พอดีติดเที่ยงก็เลยหาข้าวกินแถวนั้นก็บังเอิญเหลือบไปเห็นร้านขายผัดไทยและหอยทอดเป็นร้านขนาด
หนึ่งห้องแถวและมีโต๊ะอยู่ 2 ตัวให้ลูกค้านั่ง คนผัดเป็นคนจีนอายุประมาณ 60 ปี
พอฉันเข้าไปนั่งแกดีใจมากที่มีลูกค้าเข้าร้าน ฉันสั่งหอยทอดหนึ่งจานแกเริ่มจากการใส่ฟืนลงในเตาถ่าน
ที่มีถ่านแดงอยู่บ้างพอสมควรแล้ว ฉันถามแกว่าทำไมไม่ใช้เตาแก๊สจะได้ร้อนเร็ว
แกบอกว่าการผัดหอยทอดให้อร่อยต้องใช้กะทะอย่างหนาและต้องร้อนอยู่ตลอดเวลา
เมื่อจะผัดจริงถึงค่อยใส่ฟืนเร่งไฟ และแกยังเอาหอยออส่วนที่อยู่ในถุงพลาสติคแช่เย็น
ไว้มาให้ฉันดูว่าแกใช้หอย ออส่วนขนาดใหญ่ และแกจะใส่ แป้งน้อยมากในผัดหอยทอด
ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่จะใส่แป้งเยอะ
แกพิถีพิถันในการผัดมาก ประมาณว่าถ้าจะให้อร่อยต้องใจเย็นต่อมาแกเล่าว่าแกอยู่ตัวคนเดียวไม่มีลูก
หลานและครอบครัว แกบอกฉันว่าถ้าหอยทอดแกอร่อยก็ให้ช่วยแนะนำต่อด้วย แกจะได้มีกำลังใจขายต่อ
ไป
ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าเลยแกเปิดขวดน้ำดื่มเย็นๆให้ลูกค้ากินฟรีด้วยนะ
ฉันไม่ค่อยสันทัดเรื่องกินซักเท่าไรแต่ก็ขอบอกว่าหอยทอดแกอร่อยจริงๆ รสชาดเดียวกับในภัตตาคาร
จีนทีเดียว
จะไม่ใช่รสชาดเหมือนที่ขายในร้านอาหารทั่วไป
ถ้าเพื่อนๆผ่านแถวนั้นอยากให้แวะไปลองชิมฝีมือเก่าของอาโกคนนี้ถ้าไม่ถูกปากก็ถือซะว่าช่วยให้คน
แก่มีรายได้
เพราะอย่างน้อยแกก็ไม่ได้งอมืองอเท้าให้เป็นภาระแก่ผู้อื่น ร้านอาโกเป็นห้องแถวขนาดหนึ่งห้อง มืด
นิดหน่อยไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย
เมื่อขับรถเข้าตลาดมาแล้วจะผ่านด่านรับบัตรก็ให้เลี้ยวขวานิดหนึ่งจะเห็นตึกแถวเรียงรายอยู่ข้างหน้า
ร้านอาโกอยู่ประมาณห้องที่สิบกว่าได้มั้งจุดสังเกตคือแกจะมีป้ายกระดาษเขียนว่า หอยทอดและผัด
ไทยอยู่หน้าเตาถ่าน
ฝากบอกต่อด้วยค่ะหวังว่าแกคงขายดีขึ้นเยอะจากน้ำใจคนไทยด้วยกัน
ป.ล.ผมเจอเลยเอามาบอก หวังว่าเพื่อนๆที่ใจดีจะบอกต่อหรือส่งต่อไปด้วยนะคับ ขอบคุณครับ
เนี่ยละคุณลุงหอยทอด ชื่อจริงคือ สิทธิศักดิ์ ฉายวิเชียร และผู้ช่วย ผู้อารี
คอยแวะมาดูแลคุณลุงตลอด คือ คุณ สุ
ลงรถเมล์สาย 511 ที่ระหว่างซอย 103 กับ 103/1
แล้วก็เดินเข้าไปตรงโรงหนังเก่า
อีกรูปกันหลง ดูดี ๆ ข้าง ๆ ร้านลุงแกมีร้านไอติมกะทิ อร่อยอีกละ ไว้เป็นของหวานปิดท้าย^^
ยังไงถ้าผมได้ไปกินแล้วจะมาบอกครับ ไทยไม่ช่วยไทยแล้วใครจะช่วยเรา
ป้ายกำกับ:
ทริปริมทาง
|
0
ความคิดเห็น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





