ขับเคลื่อนโดย Blogger.
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทริปริมทาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทริปริมทาง แสดงบทความทั้งหมด
วันนี้เอาข่าวมาบอกครับ กับร้อยปีเกาะสีชัง เกาะสีชังมีสถานที่สำคัญหลายแห้งเลยหละครับ ไปดูรายละเอียดกัน


อำเภอเกาะสีชัง  ร่วมกับ  เทศบาลเกาะสีชัง   และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  สำนักงานพัทยา  ของเชิญร่วมเป็นหนึ่งในงาน "ประจำปีวันรำลึก  100  ปี เกาะสีชัง" ประจำปี  2553  ระหว่างวันที่  19-20  กันยายน  2553  ตั้งแต่เวลา  09.00  น   ณ  บริเวณพระจุฑาธุชราชฐาน  อ.เกาะสีชัง  จ.ชลบุรี    โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าว  เริ่มตั้งแต่  ปี  พ.ศ.  2542   โดยท่านธงชัย  อนันตผมล  อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์  เมื่อครั้งสมัยท่านดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี  ซึ่งได้เล็งเห็นความสำคัญของเกาะสีชัง  ซึ่งเป็นเกาะประวัติศาสตร์มีความสัมพันธ์กับองค์พระมหากษัตริย์ของไทยหลาย รัชกาล  โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    ซึ่งทรงโปรดเกล้าให้สร้างพระจุฑาธุชราชฐานขึ้น  และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกบุญบารมี  และ       วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ท่าน  จึงได้มีการจัดงานขึ้นและยังเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของ เกาะสีชังให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

หลังจากที่ได้ไปเพลินวานก็พอว่าที่นี้มีเสนห์ แบบที่คิดไม่ถึงเหมือนกัน กับงานที่พยายามเก่าแต่พอเราไปพบจริงคุณไม่ต้องพยายามมากก้ได้ เพราะที่นี้มีอารมณ์ที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน แบบที่คุณไม่ต้องบรรยายเลยหละ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนที่มาต้องรู้สึกชอบไปกับมันอย่างแน่นอน

ข้่างล่างนี้คือข้อความจากเว็บเพลินวานเองครับ 
 
หัวใจหลักในการดำเนินงานของเพลินวาน อยู่ที่การสนับสนุนให้คนในทุกๆพื้นที่ตั้งของเพลินวาน มีอาชีพ มีรายได้ และ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากการพัฒนาร่วมกัน เพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินค้าหรือต้นทุนเดิมที่มีอยู่แล้วของคนพื้นถิ่น
เทศการงานเดือนสิบเมืองนครศรีธรรมราช

ย้ายจากนครปฐมผมก็นึกถึงนครศรีธรรมราชแต่ครั้งนี้ไม่ใช้ ถนนคนเดินหรือเอาสินค้ามาขายหลอกนะครับแต่เป็นงานเทศกาลที่ขึ้นชื่อของเมืองนครศรีธรรมราชคงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก เทศกาลงานเดือนสิบ งานเดือนสิบนั้นได้จัดเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2466 มีกิจกรมมต่างๆมากมาย ได้แก่
  




- วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ประกอบด้วย
- การจัดตลาดย้อนยุค
- การตั้งเปรต ชิงเปรต
- ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย
- การแสดงแสงสีสื่อผสม การประชันหนังตุง การสาธิตและประกวดหุ่นเปรต
- สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
- การประกวดเพลงร้องเรือ
- กลอนสด โนรา เพลงบอก
- การประกวดแข่งขันสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน
- การประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช (ชอบมากสาวเมืองนี้)
- การจัดแสดงวิพิธทัศนา
- การออกร้านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP

กลับมาที่เนื้อหาของงานก่อน งานเดือนสิบ เป็นงานสำคัญในการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติพี่น้อง ที่ล่วงลับไปแล้ว ด้วยความเชื่อทางพุทธศาสนิกชนในเรื่องกฏแห่งกรรม ผู้ที่สร้างบาปกรรมไว้มาก เมื่อตายไปจะกลายเป็นเปรตทนทุขเวทนาชดใช้บาปกรรมนั้น เมื่อถึงวันสารท ชาวบ้าน จึงจัดสำรับคาวหวานไปถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ เรียกกันว่าการทำบุญสารทเดือนสิบ หรือ การยกหฺมฺรับ (อ่านว่ายก-หมับ) การจัดหฺมฺรับไปทำบุญที่วัดนั้น จะประกอบไปด้วยขนม 5 อย่าง ได้แก่
- ขนมลา เปรียบเสมือนแพรพรรณเครื่องนุ่งห่ม
- ขนมพอง เปรียบเสมือเป็นยานพาหนะให้ผู้ล่วงลับได้ใช้เป็นแพข้ามสู่ภพภูมิใหม่
- ขนมกง อุทิศเป็นเครื่องประดับ
- ขนมดีซำ อุทิศเป็นเงินเบี้ยสำหรับใช้สอย
- ขนมบ้า สำหรับวิญญาณผู้ล่วงลับจะได้ใช้เล่นสะบ้าในวันสงกรานต์
 การจัดหฺมรับ หรือ สำรับ นั้น มักจะใช้ภาชนะเป็นกระบุงทรงเตี้ย ๆ ใส่อาหารหวานคาวและของแห้ง และจัดขบวนแห่หฺมฺรับของตนไปที่วัดใกล้ ๆ บ้าน เพื่อที่จะถวายพระสงฆ์ ไปวางรวมกันบริเวณริมกำแพงวัดหรือทางเข้าวัด หรืออาจทำเป็นที่ตั้งสูง ๆ ไว้สำหรับให้ทานเรียกว่า “หลาเปรต” โดยจะมีผู้คนแย่งกันไปเอาขนมที่หลาเปรต เรียกว่า “ชิงเปรต” เพราะมีความเชื่อว่าการกินของที่เหลือจากเซ่นไหว้บรรพชนได้กุศล(ในห้าแพร่งทำซะหน้ากลัวเลยครับ)


งั้นขอเกริ่นเรื่องใกล้ตัวก่อนละกันนะครับว่า ช่วงที่หายไปนี้แอบไปขายของที่ถนนคนเดินนครปฐม(ถนนคนเดิน ทวารวดี ศรีนครปฐม)มาครับ เป็นถนนคนเดินที่เพื่อนอีกหลายคนยังไม่รู้จักกันเพราะมันดูเหมือนจะเงียบๆ แต่ที่นี้ก็มีเสน่ห์ของตัวมันเองครับ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า handmad หรือ กิจกรรมจากน้องๆนักศึกษา (เห็นแล้วอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง)มีสินค้าให้คุณได้ซื้อในราคาถูกแน่นอนครับ อาหารอร่อยอันนี้ขอบอกต่อเลยครับและไม่แพงด้วยนะ

ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินคื่อช่วงหกโมงถึงสามทุ่มครับ เพราะอากาศกำลังดีไม่ร้อน ที่มาตอนเย็นเพราะได้ของกินติดมือชัวร์ครับ แอบโชว์สินค้าในร้านเราหน่อยละกันเพื่อนๆคงไม่ว่านะครับ



ให้ดูสามตัวละกันครับ งานอาจไม่สวยแต่ทำด้วยใจครับ เป็น handmade ที่ผู้ชายหน้าตากวนๆนั่งเย็บให้ดูครับ(แต่ผมไม่ได้เป็นเกย์หรือเป็นตุ๊ดนะ)

การเดินทางก็ไปมาสะดวกครับเพราะถนนคนเดินตั้งอยู่หน้าวัดพระงาม ด้านหลังองค์พระปฐมเจดีย์ ถ้านั่งรถเมล์จากกรุงเทพก็สาย83 จากสมุทรสาคร 402 ส่วนสายอื่นๆผมไม่แน่ใจนะครับแต่มันเป็นเส้นทางที่สามารถไปต่อได้ถ้าขากลับท่านแวะมาจากเมืองกาญจนบุรี หรือ ตลาดน้ำ ลองแวะมาดูสักครั้งซิครับ

วัยยี้ผมขอแนะนำ น้ำพริกกะปิ กับผักทอด อาหารยอดธรรมดาที่ไม่ธรรมดาบังเอิญวันนี้ผมได้ลองทำอาหาร แล้วเมนูก็คืออย่างที่เห็นแต่มันไม่ อร่อยว่าอะทำให้ผมรู้ว่าการทำอาหารตามคู่มือไม่ได้ทำให้อร่อยสู่คนที่ทำเป็นประจำไม่ได้เลยจริงๆ 555+
เนื้องจากคราวที่แล้วเป็นหอยทอดคราวนี้ขออาหารญี่ปุ่นบ้างละกันครับเห็นเพื่อนๆแนะนำกันมาแลยอยากจะช่วยเขาหน่อย
Omise เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นของคุณลุงชาวญี่ปุ่นอายุเยอะ (ทำกับคุณป้าคนไทยอีกคน รวมเป็น 2 คน)

"... เนื่องจากเป็นร้านที่คนค้นพบไม่นาน(แต่จริงๆก็เปิดมานานแล้ว) โดยเจอปัญหาบ้าง เช่น คุณลุงกุ๊กตาจะมองไม่ชัดเท่าไร และอ่านภาษาไทยไม่ได้เลย หรือไม่ก็พอคนเยอะ ก็เริ่มบริการไม่ทัน มีหลงลืม ทำออร์เดอร์ผิดบ้าง เนื่องจากลุงเค้าก็อายุมากแล้ว แต่เค้าก็ใจรักในการทำอาหาร ดังนั้นคนในพันทิปและเวปบอร์ดอื่นๆ ก็มีการช่วยเหลือร้านของลุงด้วย อ่านไทยไม่ออก ตาไม่ดี เปิดเป็นร้านเล็กๆ ขึ้นมา ..."


หน้าร้าน


รูปคุณลุงกะคุณป้า


ภาพเมนูที่ชาวเน็ตช่วยทำให้ใหม่


ช่วยทำบทพากย์ภาษาไทย

** อ่านแล้วก็ซึ้งใจน้ำใจคนไทยครับ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ ส่วนตัวก็อยากไปให้กำลังใจแกเหมือนกัน
อ่านเพิ่มได้ที่ http://dunbine.exteen.com/20080306/omise
บทความนี้เป็นบทความที่ได้มาจากเว็บ http://webboard.gg.in.th/topic/41/64389 ผมเห็นว่าหน้าสนใจดีลยขอลอกพี่แกมาทั้งดุ้นเลย

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วฉันไปทำธุระที่ตลาดอุดมสุขพัฒนาซึ่งทางเข้าตลาดจะเลยสามแยกอุดมสุข

(ถนนสุขุมวิท)ไป ประมาณ 100 เมตรอยู่ซ้ายมือ

พอดีติดเที่ยงก็เลยหาข้าวกินแถวนั้นก็บังเอิญเหลือบไปเห็นร้านขายผัดไทยและหอยทอดเป็นร้านขนาด

หนึ่งห้องแถวและมีโต๊ะอยู่ 2 ตัวให้ลูกค้านั่ง คนผัดเป็นคนจีนอายุประมาณ 60 ปี

พอฉันเข้าไปนั่งแกดีใจมากที่มีลูกค้าเข้าร้าน ฉันสั่งหอยทอดหนึ่งจานแกเริ่มจากการใส่ฟืนลงในเตาถ่าน

ที่มีถ่านแดงอยู่บ้างพอสมควรแล้ว ฉันถามแกว่าทำไมไม่ใช้เตาแก๊สจะได้ร้อนเร็ว

แกบอกว่าการผัดหอยทอดให้อร่อยต้องใช้กะทะอย่างหนาและต้องร้อนอยู่ตลอดเวลา

เมื่อจะผัดจริงถึงค่อยใส่ฟืนเร่งไฟ และแกยังเอาหอยออส่วนที่อยู่ในถุงพลาสติคแช่เย็น

ไว้มาให้ฉันดูว่าแกใช้หอย ออส่วนขนาดใหญ่ และแกจะใส่ แป้งน้อยมากในผัดหอยทอด

ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่จะใส่แป้งเยอะ

แกพิถีพิถันในการผัดมาก ประมาณว่าถ้าจะให้อร่อยต้องใจเย็นต่อมาแกเล่าว่าแกอยู่ตัวคนเดียวไม่มีลูก

หลานและครอบครัว แกบอกฉันว่าถ้าหอยทอดแกอร่อยก็ให้ช่วยแนะนำต่อด้วย แกจะได้มีกำลังใจขายต่อ

ไป

ทุกวันนี้ไม่ค่อยมีลูกค้าเลยแกเปิดขวดน้ำดื่มเย็นๆให้ลูกค้ากินฟรีด้วยนะ

ฉันไม่ค่อยสันทัดเรื่องกินซักเท่าไรแต่ก็ขอบอกว่าหอยทอดแกอร่อยจริงๆ รสชาดเดียวกับในภัตตาคาร

จีนทีเดียว

จะไม่ใช่รสชาดเหมือนที่ขายในร้านอาหารทั่วไป

ถ้าเพื่อนๆผ่านแถวนั้นอยากให้แวะไปลองชิมฝีมือเก่าของอาโกคนนี้ถ้าไม่ถูกปากก็ถือซะว่าช่วยให้คน

แก่มีรายได้

เพราะอย่างน้อยแกก็ไม่ได้งอมืองอเท้าให้เป็นภาระแก่ผู้อื่น ร้านอาโกเป็นห้องแถวขนาดหนึ่งห้อง มืด

นิดหน่อยไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย

เมื่อขับรถเข้าตลาดมาแล้วจะผ่านด่านรับบัตรก็ให้เลี้ยวขวานิดหนึ่งจะเห็นตึกแถวเรียงรายอยู่ข้างหน้า

ร้านอาโกอยู่ประมาณห้องที่สิบกว่าได้มั้งจุดสังเกตคือแกจะมีป้ายกระดาษเขียนว่า หอยทอดและผัด

ไทยอยู่หน้าเตาถ่าน

ฝากบอกต่อด้วยค่ะหวังว่าแกคงขายดีขึ้นเยอะจากน้ำใจคนไทยด้วยกัน



ป.ล.ผมเจอเลยเอามาบอก หวังว่าเพื่อนๆที่ใจดีจะบอกต่อหรือส่งต่อไปด้วยนะคับ ขอบคุณครับ






เนี่ยละคุณลุงหอยทอด ชื่อจริงคือ สิทธิศักดิ์ ฉายวิเชียร และผู้ช่วย ผู้อารี
คอยแวะมาดูแลคุณลุงตลอด คือ คุณ สุ

















ลงรถเมล์สาย 511 ที่ระหว่างซอย 103 กับ 103/1

แล้วก็เดินเข้าไปตรงโรงหนังเก่า



อีกรูปกันหลง ดูดี ๆ ข้าง ๆ ร้านลุงแกมีร้านไอติมกะทิ อร่อยอีกละ ไว้เป็นของหวานปิดท้าย^^

^^
ยังไงถ้าผมได้ไปกินแล้วจะมาบอกครับ ไทยไม่ช่วยไทยแล้วใครจะช่วยเรา